"สงครามเย็นระหว่างประชาชาติไท กับ จักรวรรดินิยมต่างๆ
ที่ขยายอำนาจเข้ามากลืนกินประชาชาตินี้มาโดยตลอด นับตั้งแต่บรรพกาล"
โดย นักวิชาการฝ่ายขวา
สงครามเย็น ระหว่าง จักรวรรดินิยม และ ประชาชาติไท นั้นถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่โบราณกาล มันคือ สงครามที่ประชาชาติไท ต่อต้านการรุกรานและแทรกแซงของต่างชาติทั้งหลายที่เข้ามาเพื่อเสาะแสวงหาดินแดน ทรัพยากร ความั่งคั่ง หรือ แรงงาน ที่จะกดให้พวกเราลงไปเป็นทาสและ ประชาชาติไท นั้นยังเป็น ประชาชาติที่สำคัญ ในการต่อต้านการยึดครองของจักรวรรดินิยม อันจะเห็นได้จากการที่อาหม ต่อต้าน โมกุลและอังกฤษ หรือ ไทใหญ่ ต่อต้านพม่า หรือกลุ่มผู้รักอิสรภาพของชนชาติลาวที่ต่อต้านฝรั่งเศษ ซึ้งจากเหตุการร์เหล่านี้เราเห็นได้ชัดว่า ประชาชาติไท คือ ประชาชาติที่เป้นปราการ ต่อสู้กับจักรวรรดินิยมมาโดยตลอด
ถ้าหากพูดถึงสงครามเย็นเราคงนึกถึง สงครามอุดมการณ์ระหว่าง ฝ่ายคอมมิวนิสต์ กับ ฝ่ายทุนนิยม เราขอมองให้กว้างกว่านั้นเพราะสงครามนั้นคือสงครามในอารยธรรมตะวันตก ถ้าหากเราพูดถึงสงครามเย็นในภุมิภาคตั้งแต่ตอนใต้ของจีน ลงไปถึงไทรบุรี และ จากทางตะวันออกนั้นคืออัสสัมไปถึง ตะวันตกนั้นคือ ลาว สงครามเย็นระหว่าง ประชาชาตินี้กับ จักรวรรดินิยมรอบข้างเกิดขึ้นมาโดยตอลด และ ถ้าหากเราย้อนหลังกลับไปเราจะเห็นได้ว่า สงครามเย็น ระหว่างประชาชาติไทกับจักรวรรดินิยม นั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุคสมัยของอาณาจักรอ้ายลาว ที่เราต้องต่อต้านการแทรกแซง และ การทำลายเอกภาพ ของพวกเจ้าจักรวรรดินิยมจีน ที่ต้องการยกทัพเข้ามารุกรานดินแดนแห่งนี้ ในฐานะ ดินแดนแห่งคนป่าเถื่อน ที่รอการพิชิต สงครามมากมาย ระหว่างอ้ายลาว กับ จีน ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนหื่อง มันคือ สงครรมตัวแทนระหว่างประชาชาติไทกับจักรวรรดินิยมโบราณ ซึ้งผลสุดท้าย คือ การสิ้นสุดของประชาชาติไท อันเนื่องมาจาก จำนวนและความอ่อนแอของราชสำนักอ้ายลาว คือจุดจบของอาณาจักรนี้
หลังจากอาณาจักรอ้ายลาว สิ้นสุดลงอาณาจักรจีน ได้พยายามกลืนชนชาติไท ให้กลายเป็นจีน และ กระทำการกดขี่คนไท ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมในหมู่คนไท นำไปสู่การลุกขึ้นสู้ซึ้งแสดงให้เห็นว่า ประชาชาติไท นั้นเป็นประชาชาติที่ได้ต่อสู้ดิ้นรนเพื่ออิสรภาพให้หลุดพ้นมาจาก อาณาจีน โดยตลอด การดิ้นรนของพวกเขาสำเร็จลงด้วยการสถาปนา อาณาจักรน่านเจ้า ขึ้นมาโดยมีพระบรมมหากษัตริย์"ขุนบรม"ขึ้น เสวยราช ประชาชาริตไท รุ่งเรืองถึงขีดสุดทางวัฒนธรรม และ เขตแดน ซึ้งสามารถขยายดินแดนจากมณฑลยูนนานออกไปยึด มณฑลอื่นๆที่มีคนไท อยู่อาศัย และ ต่อสู้กับพวกอาณาจักรทิเบต รวมถึง การขยายเขตแดนลงมาทางใต้ ด้วยการตั้ง"นครโยนกเชียงแสน"ขึ้นมา หรือ"นครมุง"ในไทใหญ่ รวมไปถึง"หลวงพระบาง"ในลาว แต่สุดท้ายอาณาจักรนี้ก็ได้ดับสลายลงเนื่องจากความอ่อนแอของราสำนัก ความแตกแยกของแคว้นไท การกบฏ การฉ้อราฎบังหลวง ความแตกแยกของชนเผ่าที่ไม่ใช้ไท ทำให้อาณาจักรน่านเจ้าล่มสลายลงในปี พ.ศ.1480 การแตกแยกก่อให้เกิดแคว้นไทน้อยใหญ่มากมาย ทั้ง แคว้นตาหลี่ แคว้นไทจ้วง และอื่นๆที่ไม่สามารถรวมกันได้อีก และ ทั้งหมดได้ตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรจิ๋นอีกครั้ง และนี้คือ จุดจบของประชาชาติไท ในตอนใต้ของจีน
แคว้นไทที่เหลือรอด และ ไม่ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของจีน ทางตอนใต้ นั้นคือ อดีตศูนย์กลางอาณาจักรน่านเจ้าและหลังจากที่น่านเจ้าล้มสลายลง พวกเขาก็ได้สถาปนาอาณาจักรของตนเองขึ้นมา เพื่อดำรงประชาชาติไทเอาไว้ ซึ้งประชาชาิตไท ในภูมิภาคนี้ ได้ขยายออกไปไกลถึง แคว้นอัสสัมของอินเดียในปัจจุบันซึ้งพวกเขาได้ตั้งอาณาจักรขึ้นมาและต่อสู้กับพวกผู้รุกรานนามโมกุล ในขณะที่ไทใหญ่ ก็ต่อสู้กับการขยายอำนาจของพม่า ประชาชาตินี้ ได้ต่อสู้กับ ประชาชาติรอบข้าง เพื่อดำรงอิสรภาพและความเป็นไทแก่ตัวเองเอาไว้
จนกระทัั้งจักรวรรดินิยมตะวันตกได้มาถึง พวกเขาได้นำเอาปรัชญาและวิทยาการตะวันตก เข้ามาไม่ใช้เพื่อพัฒนาแต่เพื่อกดขี่พวกเรา วิทยาการเหล่านั้น คือ ปืน เรือรบกลไฟ ที่นำเข้ามาบีบบังคับ ทำลายประชาชาตินี้ พวกเขาได้ร่วมมือกับจักรวรรดินิยมยุคโบราณ เช่น โมกุล เข้ามารุกรานพี่น้องของเราในอัสสัม ซึ้งผลก็คือชาวอัสสัมผู้รักชาติถูกฆ่าตายไปเป็นจำนวนมาก อันเนื่องมาจาก ฝีมือของพวกอาหมที่ไปเข้ารีตเป้นคริสต์ตามตะวันตก ซึ้งกลับมาเข่นฆ่าพี่น้องชนชาติเดียวกัน เช่นเดียวกับในลาว ที่พวกเขาไปร่วมมือกับเวียดนามเข้ามารุกรานดินแดนทางตอนเหนือของลาว ก่อนที่จะขยายออกไปทั้วทั้งลาว เพื่อทำลายเอกภาพแห่งประชาชาตินี้ และ สนับสนุนลัทธิชาตินิยมท้องถิ่นของลาวที่เกิดความคิดอันวิปลาศของพวกสมุนข้ารับใช้ตะวันตก ที่ต้องการต่อต้านความเป็น ไท ซึ้งในความเป็นจริงแล้ว ลาว นั้นก็มีวัฒนธรรม ภาษา และ อัตลักษ์ อยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์ไท ไม่ต่างจากคนไทย สุดท้ายเพื่อการอยู่รอดของประชาชาติไท ที่มีอิสรภาพ ไทสยาม ได้สร้าง รัฐของตัวเองขึ้นมา เพื่อสร้างเส้นเขตแดนที่มั่นคง และปฏิวัติให้เป็นแบบตะวันตก อย่างรีบบร้อนโดยรักษาความเป็นไท เอาไว้
ประชาชาตินี้ได้แสวงหาอิสภราพมาโดยตลอด และ พยายามดิ้นรนต่อสู้ เพื่ออิสรภาพ ของตนเอง ภายใต้ร่มธงแห่งความเป็น"ไท"นำไปสู่การพยายามรวมเอกภาพและเรียกร้องของ"ประเทศไทย"ในการส้รางรัฐที่มีเอกภาพของไท ด้วยการรวมคนไทเข้าด้วยกันนำไปสู่สงครามกับจักรวรรดินิยมตะวันตก ซึ้งผลสุดท้ายเราชนะและได้ดินแดนบางส่วนกลับมา แต่ก็ต้องเสียไปหลังสงครามโลกครั้งที่สองจบลง
สงครามเย็นระหว่างประชาชาตินี้กับจักรวรรดินิยมยังคงจะดำเนินต่อไปตราบใดที่ ประชาชาติไท ยังไม่มีอิสรภาพหรือเอกภาพในการสร้าง รัฐของตนเอง และไม่มีอิสรภาพในการสร้าวระบอบของตนเอง เช่นการต่อสู้ของไทใหญ่ ใน รัฐฉาน กับผู้รุกรานชาวพม่า หรือ การต่อต้านรัฐเผด็จการคอมมิวนิสต์ในลาวที่เป้นสมุนของเวียดนาม โดยประชาชนชาวลาวรักชาติและต้องการเสรีภาพของตนเอง ภายใต้ร่มธงแห่งอิสรภาพและประชาชาติไท เพื่อดำรงความเป็น"ไท"เราเอาไว้
สงครามเย็น ระหว่าง จักรวรรดินิยม และ ประชาชาติไท นั้นถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่โบราณกาล มันคือ สงครามที่ประชาชาติไท ต่อต้านการรุกรานและแทรกแซงของต่างชาติทั้งหลายที่เข้ามาเพื่อเสาะแสวงหาดินแดน ทรัพยากร ความั่งคั่ง หรือ แรงงาน ที่จะกดให้พวกเราลงไปเป็นทาสและ ประชาชาติไท นั้นยังเป็น ประชาชาติที่สำคัญ ในการต่อต้านการยึดครองของจักรวรรดินิยม อันจะเห็นได้จากการที่อาหม ต่อต้าน โมกุลและอังกฤษ หรือ ไทใหญ่ ต่อต้านพม่า หรือกลุ่มผู้รักอิสรภาพของชนชาติลาวที่ต่อต้านฝรั่งเศษ ซึ้งจากเหตุการร์เหล่านี้เราเห็นได้ชัดว่า ประชาชาติไท คือ ประชาชาติที่เป้นปราการ ต่อสู้กับจักรวรรดินิยมมาโดยตลอด
ถ้าหากพูดถึงสงครามเย็นเราคงนึกถึง สงครามอุดมการณ์ระหว่าง ฝ่ายคอมมิวนิสต์ กับ ฝ่ายทุนนิยม เราขอมองให้กว้างกว่านั้นเพราะสงครามนั้นคือสงครามในอารยธรรมตะวันตก ถ้าหากเราพูดถึงสงครามเย็นในภุมิภาคตั้งแต่ตอนใต้ของจีน ลงไปถึงไทรบุรี และ จากทางตะวันออกนั้นคืออัสสัมไปถึง ตะวันตกนั้นคือ ลาว สงครามเย็นระหว่าง ประชาชาตินี้กับ จักรวรรดินิยมรอบข้างเกิดขึ้นมาโดยตอลด และ ถ้าหากเราย้อนหลังกลับไปเราจะเห็นได้ว่า สงครามเย็น ระหว่างประชาชาติไทกับจักรวรรดินิยม นั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุคสมัยของอาณาจักรอ้ายลาว ที่เราต้องต่อต้านการแทรกแซง และ การทำลายเอกภาพ ของพวกเจ้าจักรวรรดินิยมจีน ที่ต้องการยกทัพเข้ามารุกรานดินแดนแห่งนี้ ในฐานะ ดินแดนแห่งคนป่าเถื่อน ที่รอการพิชิต สงครามมากมาย ระหว่างอ้ายลาว กับ จีน ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนหื่อง มันคือ สงครรมตัวแทนระหว่างประชาชาติไทกับจักรวรรดินิยมโบราณ ซึ้งผลสุดท้าย คือ การสิ้นสุดของประชาชาติไท อันเนื่องมาจาก จำนวนและความอ่อนแอของราชสำนักอ้ายลาว คือจุดจบของอาณาจักรนี้
หลังจากอาณาจักรอ้ายลาว สิ้นสุดลงอาณาจักรจีน ได้พยายามกลืนชนชาติไท ให้กลายเป็นจีน และ กระทำการกดขี่คนไท ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมในหมู่คนไท นำไปสู่การลุกขึ้นสู้ซึ้งแสดงให้เห็นว่า ประชาชาติไท นั้นเป็นประชาชาติที่ได้ต่อสู้ดิ้นรนเพื่ออิสรภาพให้หลุดพ้นมาจาก อาณาจีน โดยตลอด การดิ้นรนของพวกเขาสำเร็จลงด้วยการสถาปนา อาณาจักรน่านเจ้า ขึ้นมาโดยมีพระบรมมหากษัตริย์"ขุนบรม"ขึ้น เสวยราช ประชาชาริตไท รุ่งเรืองถึงขีดสุดทางวัฒนธรรม และ เขตแดน ซึ้งสามารถขยายดินแดนจากมณฑลยูนนานออกไปยึด มณฑลอื่นๆที่มีคนไท อยู่อาศัย และ ต่อสู้กับพวกอาณาจักรทิเบต รวมถึง การขยายเขตแดนลงมาทางใต้ ด้วยการตั้ง"นครโยนกเชียงแสน"ขึ้นมา หรือ"นครมุง"ในไทใหญ่ รวมไปถึง"หลวงพระบาง"ในลาว แต่สุดท้ายอาณาจักรนี้ก็ได้ดับสลายลงเนื่องจากความอ่อนแอของราสำนัก ความแตกแยกของแคว้นไท การกบฏ การฉ้อราฎบังหลวง ความแตกแยกของชนเผ่าที่ไม่ใช้ไท ทำให้อาณาจักรน่านเจ้าล่มสลายลงในปี พ.ศ.1480 การแตกแยกก่อให้เกิดแคว้นไทน้อยใหญ่มากมาย ทั้ง แคว้นตาหลี่ แคว้นไทจ้วง และอื่นๆที่ไม่สามารถรวมกันได้อีก และ ทั้งหมดได้ตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรจิ๋นอีกครั้ง และนี้คือ จุดจบของประชาชาติไท ในตอนใต้ของจีน
แคว้นไทที่เหลือรอด และ ไม่ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของจีน ทางตอนใต้ นั้นคือ อดีตศูนย์กลางอาณาจักรน่านเจ้าและหลังจากที่น่านเจ้าล้มสลายลง พวกเขาก็ได้สถาปนาอาณาจักรของตนเองขึ้นมา เพื่อดำรงประชาชาติไทเอาไว้ ซึ้งประชาชาิตไท ในภูมิภาคนี้ ได้ขยายออกไปไกลถึง แคว้นอัสสัมของอินเดียในปัจจุบันซึ้งพวกเขาได้ตั้งอาณาจักรขึ้นมาและต่อสู้กับพวกผู้รุกรานนามโมกุล ในขณะที่ไทใหญ่ ก็ต่อสู้กับการขยายอำนาจของพม่า ประชาชาตินี้ ได้ต่อสู้กับ ประชาชาติรอบข้าง เพื่อดำรงอิสรภาพและความเป็นไทแก่ตัวเองเอาไว้
จนกระทัั้งจักรวรรดินิยมตะวันตกได้มาถึง พวกเขาได้นำเอาปรัชญาและวิทยาการตะวันตก เข้ามาไม่ใช้เพื่อพัฒนาแต่เพื่อกดขี่พวกเรา วิทยาการเหล่านั้น คือ ปืน เรือรบกลไฟ ที่นำเข้ามาบีบบังคับ ทำลายประชาชาตินี้ พวกเขาได้ร่วมมือกับจักรวรรดินิยมยุคโบราณ เช่น โมกุล เข้ามารุกรานพี่น้องของเราในอัสสัม ซึ้งผลก็คือชาวอัสสัมผู้รักชาติถูกฆ่าตายไปเป็นจำนวนมาก อันเนื่องมาจาก ฝีมือของพวกอาหมที่ไปเข้ารีตเป้นคริสต์ตามตะวันตก ซึ้งกลับมาเข่นฆ่าพี่น้องชนชาติเดียวกัน เช่นเดียวกับในลาว ที่พวกเขาไปร่วมมือกับเวียดนามเข้ามารุกรานดินแดนทางตอนเหนือของลาว ก่อนที่จะขยายออกไปทั้วทั้งลาว เพื่อทำลายเอกภาพแห่งประชาชาตินี้ และ สนับสนุนลัทธิชาตินิยมท้องถิ่นของลาวที่เกิดความคิดอันวิปลาศของพวกสมุนข้ารับใช้ตะวันตก ที่ต้องการต่อต้านความเป็น ไท ซึ้งในความเป็นจริงแล้ว ลาว นั้นก็มีวัฒนธรรม ภาษา และ อัตลักษ์ อยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์ไท ไม่ต่างจากคนไทย สุดท้ายเพื่อการอยู่รอดของประชาชาติไท ที่มีอิสรภาพ ไทสยาม ได้สร้าง รัฐของตัวเองขึ้นมา เพื่อสร้างเส้นเขตแดนที่มั่นคง และปฏิวัติให้เป็นแบบตะวันตก อย่างรีบบร้อนโดยรักษาความเป็นไท เอาไว้
ประชาชาตินี้ได้แสวงหาอิสภราพมาโดยตลอด และ พยายามดิ้นรนต่อสู้ เพื่ออิสรภาพ ของตนเอง ภายใต้ร่มธงแห่งความเป็น"ไท"นำไปสู่การพยายามรวมเอกภาพและเรียกร้องของ"ประเทศไทย"ในการส้รางรัฐที่มีเอกภาพของไท ด้วยการรวมคนไทเข้าด้วยกันนำไปสู่สงครามกับจักรวรรดินิยมตะวันตก ซึ้งผลสุดท้ายเราชนะและได้ดินแดนบางส่วนกลับมา แต่ก็ต้องเสียไปหลังสงครามโลกครั้งที่สองจบลง
สงครามเย็นระหว่างประชาชาตินี้กับจักรวรรดินิยมยังคงจะดำเนินต่อไปตราบใดที่ ประชาชาติไท ยังไม่มีอิสรภาพหรือเอกภาพในการสร้าง รัฐของตนเอง และไม่มีอิสรภาพในการสร้าวระบอบของตนเอง เช่นการต่อสู้ของไทใหญ่ ใน รัฐฉาน กับผู้รุกรานชาวพม่า หรือ การต่อต้านรัฐเผด็จการคอมมิวนิสต์ในลาวที่เป้นสมุนของเวียดนาม โดยประชาชนชาวลาวรักชาติและต้องการเสรีภาพของตนเอง ภายใต้ร่มธงแห่งอิสรภาพและประชาชาติไท เพื่อดำรงความเป็น"ไท"เราเอาไว้

