วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สงครามเย็นระหว่าง ประชาชาติไท และ จักรวรรดินิยม



"สงครามเย็นระหว่างประชาชาติไท กับ จักรวรรดินิยมต่างๆ
ที่ขยายอำนาจเข้ามากลืนกินประชาชาตินี้มาโดยตลอด นับตั้งแต่บรรพกาล"

โดย นักวิชาการฝ่ายขวา

                                 สงครามเย็น ระหว่าง จักรวรรดินิยม และ ประชาชาติไท นั้นถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่โบราณกาล มันคือ สงครามที่ประชาชาติไท ต่อต้านการรุกรานและแทรกแซงของต่างชาติทั้งหลายที่เข้ามาเพื่อเสาะแสวงหาดินแดน ทรัพยากร ความั่งคั่ง หรือ แรงงาน ที่จะกดให้พวกเราลงไปเป็นทาสและ ประชาชาติไท นั้นยังเป็น ประชาชาติที่สำคัญ ในการต่อต้านการยึดครองของจักรวรรดินิยม อันจะเห็นได้จากการที่อาหม ต่อต้าน โมกุลและอังกฤษ หรือ ไทใหญ่ ต่อต้านพม่า  หรือกลุ่มผู้รักอิสรภาพของชนชาติลาวที่ต่อต้านฝรั่งเศษ   ซึ้งจากเหตุการร์เหล่านี้เราเห็นได้ชัดว่า  ประชาชาติไท คือ ประชาชาติที่เป้นปราการ ต่อสู้กับจักรวรรดินิยมมาโดยตลอด                                                                              
                               
                                 ถ้าหากพูดถึงสงครามเย็นเราคงนึกถึง สงครามอุดมการณ์ระหว่าง ฝ่ายคอมมิวนิสต์ กับ ฝ่ายทุนนิยม เราขอมองให้กว้างกว่านั้นเพราะสงครามนั้นคือสงครามในอารยธรรมตะวันตก ถ้าหากเราพูดถึงสงครามเย็นในภุมิภาคตั้งแต่ตอนใต้ของจีน ลงไปถึงไทรบุรี และ จากทางตะวันออกนั้นคืออัสสัมไปถึง ตะวันตกนั้นคือ ลาว สงครามเย็นระหว่าง ประชาชาตินี้กับ จักรวรรดินิยมรอบข้างเกิดขึ้นมาโดยตอลด และ ถ้าหากเราย้อนหลังกลับไปเราจะเห็นได้ว่า สงครามเย็น ระหว่างประชาชาติไทกับจักรวรรดินิยม นั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุคสมัยของอาณาจักรอ้ายลาว ที่เราต้องต่อต้านการแทรกแซง และ การทำลายเอกภาพ ของพวกเจ้าจักรวรรดินิยมจีน ที่ต้องการยกทัพเข้ามารุกรานดินแดนแห่งนี้ ในฐานะ ดินแดนแห่งคนป่าเถื่อน ที่รอการพิชิต สงครามมากมาย ระหว่างอ้ายลาว กับ จีน ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนหื่อง มันคือ สงครรมตัวแทนระหว่างประชาชาติไทกับจักรวรรดินิยมโบราณ ซึ้งผลสุดท้าย คือ การสิ้นสุดของประชาชาติไท อันเนื่องมาจาก จำนวนและความอ่อนแอของราชสำนักอ้ายลาว คือจุดจบของอาณาจักรนี้
                             
                                  หลังจากอาณาจักรอ้ายลาว สิ้นสุดลงอาณาจักรจีน ได้พยายามกลืนชนชาติไท ให้กลายเป็นจีน และ กระทำการกดขี่คนไท ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมในหมู่คนไท นำไปสู่การลุกขึ้นสู้ซึ้งแสดงให้เห็นว่า ประชาชาติไท นั้นเป็นประชาชาติที่ได้ต่อสู้ดิ้นรนเพื่ออิสรภาพให้หลุดพ้นมาจาก อาณาจีน โดยตลอด การดิ้นรนของพวกเขาสำเร็จลงด้วยการสถาปนา อาณาจักรน่านเจ้า ขึ้นมาโดยมีพระบรมมหากษัตริย์"ขุนบรม"ขึ้น เสวยราช ประชาชาริตไท รุ่งเรืองถึงขีดสุดทางวัฒนธรรม และ เขตแดน ซึ้งสามารถขยายดินแดนจากมณฑลยูนนานออกไปยึด มณฑลอื่นๆที่มีคนไท อยู่อาศัย และ ต่อสู้กับพวกอาณาจักรทิเบต รวมถึง การขยายเขตแดนลงมาทางใต้ ด้วยการตั้ง"นครโยนกเชียงแสน"ขึ้นมา หรือ"นครมุง"ในไทใหญ่ รวมไปถึง"หลวงพระบาง"ในลาว แต่สุดท้ายอาณาจักรนี้ก็ได้ดับสลายลงเนื่องจากความอ่อนแอของราสำนัก ความแตกแยกของแคว้นไท การกบฏ การฉ้อราฎบังหลวง ความแตกแยกของชนเผ่าที่ไม่ใช้ไท ทำให้อาณาจักรน่านเจ้าล่มสลายลงในปี พ.ศ.1480 การแตกแยกก่อให้เกิดแคว้นไทน้อยใหญ่มากมาย ทั้ง แคว้นตาหลี่ แคว้นไทจ้วง และอื่นๆที่ไม่สามารถรวมกันได้อีก และ ทั้งหมดได้ตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรจิ๋นอีกครั้ง และนี้คือ จุดจบของประชาชาติไท ในตอนใต้ของจีน
                                   
                                   แคว้นไทที่เหลือรอด และ ไม่ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของจีน ทางตอนใต้ นั้นคือ อดีตศูนย์กลางอาณาจักรน่านเจ้าและหลังจากที่น่านเจ้าล้มสลายลง พวกเขาก็ได้สถาปนาอาณาจักรของตนเองขึ้นมา เพื่อดำรงประชาชาติไทเอาไว้ ซึ้งประชาชาิตไท ในภูมิภาคนี้ ได้ขยายออกไปไกลถึง แคว้นอัสสัมของอินเดียในปัจจุบันซึ้งพวกเขาได้ตั้งอาณาจักรขึ้นมาและต่อสู้กับพวกผู้รุกรานนามโมกุล ในขณะที่ไทใหญ่ ก็ต่อสู้กับการขยายอำนาจของพม่า ประชาชาตินี้ ได้ต่อสู้กับ ประชาชาติรอบข้าง เพื่อดำรงอิสรภาพและความเป็นไทแก่ตัวเองเอาไว้
                                 
                                 จนกระทัั้งจักรวรรดินิยมตะวันตกได้มาถึง พวกเขาได้นำเอาปรัชญาและวิทยาการตะวันตก เข้ามาไม่ใช้เพื่อพัฒนาแต่เพื่อกดขี่พวกเรา วิทยาการเหล่านั้น คือ ปืน เรือรบกลไฟ ที่นำเข้ามาบีบบังคับ ทำลายประชาชาตินี้ พวกเขาได้ร่วมมือกับจักรวรรดินิยมยุคโบราณ เช่น โมกุล เข้ามารุกรานพี่น้องของเราในอัสสัม ซึ้งผลก็คือชาวอัสสัมผู้รักชาติถูกฆ่าตายไปเป็นจำนวนมาก อันเนื่องมาจาก ฝีมือของพวกอาหมที่ไปเข้ารีตเป้นคริสต์ตามตะวันตก ซึ้งกลับมาเข่นฆ่าพี่น้องชนชาติเดียวกัน เช่นเดียวกับในลาว ที่พวกเขาไปร่วมมือกับเวียดนามเข้ามารุกรานดินแดนทางตอนเหนือของลาว ก่อนที่จะขยายออกไปทั้วทั้งลาว เพื่อทำลายเอกภาพแห่งประชาชาตินี้ และ สนับสนุนลัทธิชาตินิยมท้องถิ่นของลาวที่เกิดความคิดอันวิปลาศของพวกสมุนข้ารับใช้ตะวันตก  ที่ต้องการต่อต้านความเป็น ไท ซึ้งในความเป็นจริงแล้ว ลาว นั้นก็มีวัฒนธรรม ภาษา และ อัตลักษ์ อยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์ไท ไม่ต่างจากคนไทย สุดท้ายเพื่อการอยู่รอดของประชาชาติไท ที่มีอิสรภาพ ไทสยาม ได้สร้าง รัฐของตัวเองขึ้นมา เพื่อสร้างเส้นเขตแดนที่มั่นคง และปฏิวัติให้เป็นแบบตะวันตก อย่างรีบบร้อนโดยรักษาความเป็นไท เอาไว้

                                ประชาชาตินี้ได้แสวงหาอิสภราพมาโดยตลอด และ พยายามดิ้นรนต่อสู้ เพื่ออิสรภาพ ของตนเอง ภายใต้ร่มธงแห่งความเป็น"ไท"นำไปสู่การพยายามรวมเอกภาพและเรียกร้องของ"ประเทศไทย"ในการส้รางรัฐที่มีเอกภาพของไท ด้วยการรวมคนไทเข้าด้วยกันนำไปสู่สงครามกับจักรวรรดินิยมตะวันตก ซึ้งผลสุดท้ายเราชนะและได้ดินแดนบางส่วนกลับมา แต่ก็ต้องเสียไปหลังสงครามโลกครั้งที่สองจบลง
                               
                                 สงครามเย็นระหว่างประชาชาตินี้กับจักรวรรดินิยมยังคงจะดำเนินต่อไปตราบใดที่ ประชาชาติไท ยังไม่มีอิสรภาพหรือเอกภาพในการสร้าง รัฐของตนเอง และไม่มีอิสรภาพในการสร้าวระบอบของตนเอง เช่นการต่อสู้ของไทใหญ่ ใน รัฐฉาน กับผู้รุกรานชาวพม่า หรือ การต่อต้านรัฐเผด็จการคอมมิวนิสต์ในลาวที่เป้นสมุนของเวียดนาม โดยประชาชนชาวลาวรักชาติและต้องการเสรีภาพของตนเอง ภายใต้ร่มธงแห่งอิสรภาพและประชาชาติไท เพื่อดำรงความเป็น"ไท"เราเอาไว้ 

วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ประชาชาติไท


โดย นักวิชาการฝ่ายขวา

                                          ถ้าหากเราจะพูดถึง ชนชาติไท นั้นเราต้องก็พูดถึงชนชาติหรือประชาชาติที่มีอาณาเขตตั้งแต่ตอนใต้ของจีน นั้นคือยูุนนาน ลงไป ไทรบุรี และเป็นประชาชาติที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานตั้งแต่ 2000 ปีก่อน เป็นชนชาติแห่งการกสิกรรม และ นักรบ มีวัฒนธรรมและภาษาที่เป็นอัตลักษ์ของตนเอง ภายใต้การกดดันจากวัฒนธรรมทางเอเชียใต้นั้นคือ อินเดีย และ วัฒนธรรมทางตอนเหนือนั้นคือ จีน เราจะเล่าถึงการกำเนิดของประชาชาตินี้ได้ยังไง และ เราอยู่รอด มาได้ยังไง
                                          อย่างที่กล่าวไป ประชาชาตชนชาติไท นั้นเป็น ชนชาติใหญ่ ที่มีอารยธรรม และ วัฒนธรรม เป็นของตนเอง ประวัติศาสตร์ของชนชาติเรานั้น ถ้าหากนับกันจริงๆเราต้องย้อนหลังกลับไปถึงเมื่อยุคแห่งอาณาจักรอ้ายลาวและน่านเจ้า ซึ้งต่างก็มีที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจีนและมีอาณาเขตลงไปถึงบริเวณอตเหนือของประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ้งอาจจะถือได้ว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นบรรพบุรุษสายตรงของชนชาติไท ก่อนที่อาณาจักรทั้งสองจะสลาย อันเนื่องมาจากการรุกรานอย่างป่าเถื่อนของกองทัพจิ๋น ซึ้งเป็นศตรูที่เข้ามาทำลายล้างชนชาติไท อยู่ตลอดอันจะเห็นได้จากการที่ จักรวรรดิจีน มักจะรุกราน ไท อยู่เสมอเพื่อนำเอาชนชาติไท เข้ามาอยู่ในระบบประเทศราช ซึ้งคนไท นั้นก็เป็นชนชาตินักรบที่มีความห้าวหาญและกระทำการต่อสู้ต้านทานพวกจีนฮั่น มาโดยตลอดเพื่อดำรงอิสรภาพของประชาชาติเอาไว้
                                     การต่อสู้เพื่ออิสรภาพของประชาชาติไท นั้นได้ทำให้เกิด วีรบรุษมากมายซึ้งเป็น ผู้นำชนชาติเหล่านี้ ตั้งแต่ พระเจ้าไชยเชษฐา ของลาว เจ้าฟ้าต่างๆของ ไทใหญ่ และ ไทอาหม พ่อขุนและกษัตริย์องค์ต่างๆของไทสยาม ตั้งแต่ ขุนศรีอินทราทิตย์ รามคำแหง หรือ พระนเรศวร ต่างก็เป็นบุคคลที่นำพาประชาชาตินี้ให้หลุดพ้นมาจากการตกอยู่ใต้อาณัติของชนชาติอื่นๆที่ไม่ใช้"ไท"จนกระทั่งการรุกรานของจักวรรดินิยมตะวันตก ได้มาถึง ซึ้งได้ทำลายเอกภาพและลบเลือนประวัติศาสตร์ของผู้สร้างเอกภาพให้กับประชาชาติแห่งนี้ ด้วยเส้นแบ่งเขตแดน และ ไทสยาม ได้พยายาม รักษาความเป็น ไท เอาไว้ด้วยการยอมสละดินแดนและตั้งประเทศสมัยใหม่ ขึ้นมา
                                     การรุกรานของยุคสมัยแห่งการล่าอาณานิคมของตะวันตก ได้ทำลายเอกภาพของประชาชาตินี้ด้วยเส่นแบ่งเขตแดน พวกเขาพยายามทำลายเอกภาพลงด้วยการส่งเสริมลัทธิชาตินิยมท้องถิ่นขึ้นมา ในบริเวณนั้น เช่น ในลาว เป็นต้นที่ฝรั่งเศษได้สนับสนุน ลัทธิชาตินิยมท้องถิ่นของลาว เพื่อต่อต้าน ประเทศไทย และถือว่า ไทย เป็นศตรู ทั้งที่สองประเทศนี้ก็ต่างมีบรรพบุรุษร่วมกันสืบสายเลือดมาจาก"ขุนบรม"เช่นกัน แต่การสร้าง ลัทธิชาตินิยม ของพวกเขาพังพาบไม่เป็นท่า จักรวรรดินิยม ไม่สามารถทำให้ประชาชาตินี้อยู่ในโอวาทได้ อันเห็นได้จากการต่อสู้ ชาวไทใหญ่ ไทลาว หรือ ไทในที่ต่าง พวกเขาได้หันไปหา"พวกเผด็จการ"อย่าง พม่า และ "พวกคอมมิวนิสต์" อย่างเวียดนามเพื่อให้ทำลายประชาชาตินี้ลง เพื่อไม่ให้เกิดเอภาพ ที่อาจจะนำภยันตรายมาสู่พวกเขา ซึ้งพวกเขา ต่างรู้ดีว่า หาก"ชาวตะวันออก"ลูกขึ้นมาร่วมมือกันเมื่อไหร่ พวกเขาจะไม่มีที่ยืนอยู่บนโลก ด้วยพลังอำนาจทางเศรฐกิจ และ การทหาร หรือ ทรัพยากร หากเกิดการร่วมมือกัน อาจจะเกิด มหาอำนาจระดับภูมิภาค หรือ ระดับโลก เลยก็เป็นได้ ซึ้งจะขัดขวางต่อระบบโลกขั่วเดียว ที่มีตะวันตกเป็นผู้นำ
                                      ประชาชาติไท นั้นถือได้ว่าเป็น ประชาชาติที่รักอิสรภาพ และ ไม่ยอมให้ใครมากดขี่ข่มเหง นับตั้งแต่บรรรพบุรษ ประชาชาตินี้จะยังคงต่อสู้เพื่ออิสรภาพ ทั้งใน รัฐฉาน ที่กำลังต่อสู้เพื่อต่อต้านการกดขี่ข่มเหงของรัฐบาลเผด็จการพม่า และ พวกชนกลุ่มน้อยอันเป็นสมุนของพวกเผด็จการที่เข้ามายึดครองวิถิชีวิตและทำลาย ภาษา และ วัฒนธรรม ของพวกเขา หรือ การต่อสู้ของ ชาวลาวเสรี ที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์ ทั้งการต่อสู้อย่างสันติโดยการประท้วงและการใช้กำลัง สิ่งเหล่านี้ยังจะยืนยันเอกลักษ์ขแงชนชาตินี้ต่อไปว่า จะไม่น้อมยอมให้ใครเข้ามาปกครองชีวิต และ ประชาชาตินี้ จะเป็นประชาชาติที่โดดเด่นเพื่อการต่อสู้ให้ได้มาซึ้ง อิสระ และ เอกราช